บทความ รายละเอียด

IMPORT FAQ: รวมคำถาม-คำตอบ เรื่องการนำเข้า โดย DHL Express

IMPORT FAQ: รวมคำถาม-คำตอบ เรื่องการนำเข้า โดย DHL Express
อัพเดทล่าสุด : 12/01/2022 - 09:32:08

DHL Express ผู้นำด้านการขนส่งด่วนระหว่างประเทศ รวบรวมคำถามที่พบบ่อย พร้อมคำตอบเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าจากทั่วโลกสู่ประเทศไทยมาฝาก ให้การนำเข้าของคุณเป็นไปตามระเบียบข้อกำหนดของกรมศุลกากร และจัดส่งถึงมือผู้รับอย่างราบรื่น

 

คำถาม: “ของต้องห้าม” และ “ของต้องกำกัด” ในการนำเข้ามาในประเทศไทย คืออะไร

คำตอบ:

ของที่มีกฎหมายกำหนดห้ามมิให้นำเข้าหรือส่งออกโดยเด็ดขาด ผู้ที่นำเข้าหรือส่งออกจะมีความผิดตามที่กฎหมายบัญญัติ เรียกว่า "ของต้องห้าม" เช่น

                  สารเสพติด

                  วัตถุ หรือสื่อลามก

                  ของลอกเลียนแบบเครื่องหมายการค้า ละเมิดลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา

                  ธนบัตร หรือเหรียญกษาปณ์ปลอม

                  สัตว์ป่าสงวน หรือสัตว์ที่อยู่ในบัญชีควบคุมของอนุสัญญาไซเตส

 

ส่วนของบางประเภท ที่กฎหมายควบคุมการนำเข้าและส่งออกนอกประเทศเรียกว่า "ของต้องกำกัด" คือต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง หรือใบรับรอง หรือปฏิบัติได้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยก่อนการนำเข้าและส่งออกจะต้องนำหลักฐานใบอนุญาต มาแสดงในขณะปฏิบัติพิธีการศุลกากร เช่น

 

                  พระพุทธรูป ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ (หน่วยงานที่ออกใบอนุญาตคือ กรมศิลปากร)

                  อาวุธปืน กระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (หน่วยงานที่ออกใบอนุญาตคือ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย)

                  พืชและส่วนต่างๆของพืช (หน่วยงานที่ออกใบอนุญาตคือ กรมวิชาการเกษตร)

                  สัตว์มีชีวิตและซากสัตว์ (หน่วยงานที่ออกใบอนุญาตคือ กรมปศุสัตว์)

                  สัตว์ป่าและซากของสัตว์ป่า (หน่วยงานที่ออกใบอนุญาตคือ กรมอุทยานแห่งชาติฯ)

                  อาหาร ยา เครื่องสำอาง อาหารเสริม เครื่องมือแพทย์ (หน่วยงานที่ออกใบอนุญาตคือ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา)

                  ชิ้นส่วนยานพาหนะ (หน่วยงานที่ออกใบอนุญาตคือ กระทรวงอุตสาหกรรม)

                  บุหรี่ ยาสูบ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (หน่วยงานที่ออกใบอนุญาตคือ กรมสรรพสามิต)

                  เครื่องมือวิทยุสื่อสาร อุปกรณ์โทรคมนาคม (หน่วยงานที่ออกใบอนุญาตคือ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ)

                  สินค้า IPR บุหรี่ไฟฟ้า หรือสินค้าที่รัฐบาลมีนโยบายควบคุมการนำเข้าและ/หรือการส่งออก (หน่วยงานที่ออกใบอนุญาต คือ กรมการค้าต่างประเทศ

 

สำหรับความผิดในการนำเข้าและส่งออกของต้องกำกัดโดยไม่มีใบอนุญาต จะต้องถูกปรับไม่เกิน 4 เท่าของราคาสินค้ารวมค่าอากร หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และของกลางยังจะต้องถูกริบด้วย

 

สำหรับรายละเอียดสามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์หน่วยงานที่เป็นผู้กำกับการห้ามหรือการควบคุมของประเภทนั้นๆ ทั้งนี้ กรมศุลกากรได้จัดทำข้อมูลของที่ห้ามนำเข้าและของต้องกำกัด ที่เว็บไซต์กรมศุลกากร หัวข้อ ของควบคุมการนำเข้า-ส่งออก ซึ่งเป็นข้อมูลเบื้องต้น

 

คำถาม: ทำไมต้องเสียภาษีอากรขาเข้า เมื่อนำเข้าสินค้าเข้ามาในไทย

คำตอบ:

การเรียกเก็บอากรขาเข้า เป็นไปตามพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ภาค 2 โดยการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาในไทย ถ้าสินค้ามีมูลค่า CIF รวมกันมากกว่า 1,500 บาท หรือเป็นสินค้าต้องกำกัด จะต้องเสียอากรขาเข้า

 

Cost คือ มูลค่าของสินค้าที่นำเข้า

Value Protection คือ บริการเสริมป้องกันมูลค่าสินค้า (Cost x 1%)

Freight คือ ค่าขนส่ง

 

โดยอัตราภาษีที่ต้องชำระสำหรับสินค้าแต่ละชนิดขึ้นอยู่กับพิกัดอัตราศุลกากร ซึ่งถูกตั้งขึ้นและดูแลโดยองค์การศุลกากรโลก เช่น รองเท้ากีฬาใช้สำหรับวิ่ง จัดเข้าประเภทพิกัด 6402.19.90 มีอัตราอากร 30%, นาฬิกาข้อมือ จัดเข้าประเภทพิกัด 9102.11.00 มีอัตราอากร 5% เป็นต้น สามารถสืบค้นได้ที่เว็บไซต์กรมศุลกากร หัวข้อ "ค้นหาพิกัดอัตราศุลกากร"

 

หากผู้นำเข้าใช้บริการนำเข้า กับผู้ให้บริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศอย่าง DHL Express จะได้รับความสะดวกสูงสุดเพราะ DHL Express เป็นผู้ให้บริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศที่ได้ทำการลงทะเบียนและได้รับการอนุญาตให้ดำเนินพิธีการศุลกากรที่ถูกต้องแทนผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออกแล้ว

 

โดย DHL Express จะชำระอากรให้ล่วงหน้าในนามของลูกค้าเพื่ออำนวยความสะดวก ทำให้สินค้าส่งถึงมือผู้รับได้เร็วขึ้น และจะเรียกเก็บเงินจากผู้รับในขั้นตอนการส่งสินค้า (door to door service) พร้อมค่าธรรมเนียมสำรองจ่ายภาษี (Disbursements) สำหรับพัสดุภัณฑ์ครับ ทั้งนี้ DHL Express มีบริการที่เรียกว่า Advance Duty Collection เพื่อส่งข้อความแจ้งยอดภาษีนำเข้าที่่ต้องชำระผ่าน SMS หรืออีเมล ซึ่งผู้รับสามารถจ่ายผ่านระบบออนไลน์ด้วยบัตรเครดิตหรือเงินสด

 

คำถาม: สั่งซื้อของจากต่างประเทศทางอินเทอร์เน็ต ตอนที่ผู้ขายส่งของเข้ามาให้ จะต้องเสียภาษีหรือไม่และอัตราเท่าไร

คำตอบ:

การสั่งซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต และให้ผู้ขายจัดส่ง ไม่ว่าจะเป็นทางไปรษณีย์หรือใช้บริการบริษัทขนส่งสินค้าเร่งด่วน เช่น DHL Express หรืออื่นๆ ล้วนเป็นการนำเข้า แม้จะนำมาใช้เองเป็นการส่วนตัว ผู้นำเข้าก็ต้องชำระค่าภาษี อากรและปฏิบัติตามข้อห้าม ข้อกำกัดและระเบียบการนำเข้าให้ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดไว้

 

อย่างไรก็ตาม หากของที่นำเข้านั้นมีราคาศุลกากร (CIF)* ไม่เกิน 1,500 บาท จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องชำระอากรขาเข้า สำหรับอัตราภาษีที่ต้องชำระสำหรับสินค้าแต่ละชนิด สามารถสืบค้นได้ที่เว็บไซต์กรมฯหัวข้อ ค้นหาพิกัดอัตราศุลกากร 

 

* ราคาศุลกากร(CIF) = ราคาของ + ค่าป้องกันมูลค่าสินค้า + ค่าขนส่ง

 

ติดตามคำถามยอดนิยมเกี่ยวกับการนำเข้า พร้อมคำตอบที่ทาง DHL Express รวบรวมมาให้ได้ที่นี่ เพื่อให้ทุกการนำเข้าของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด ใหม่! DHL Express แนะนำ บริการนำเข้าสำหรับ SME และบุคคลทั่วไป จาก 200 ประเทศตรงสู่ไทย นำเข้าได้แบบไม่ต้องมีบัญชีสมาชิก ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำเข้าได้ที่นี่ https://bit.ly/dhl-import-th  หรือชมวิดีโอสาธิตการทำรายการนำเข้าแบบละเอียดทุกขั้นตอน คลิก

 

อ้างอิง

·        สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ส่วนบริการศุลกากร 3

·        https://bit.ly/3t2Ycsl

·        https://bit.ly/3sDQYdS



บทความน่าสนใจ

เปิดประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าด้วย On Demand Delivery
HOT NEWS
เปิดประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าด้วย On Demand Delivery
อ่านเพิ่มเติม
อัพเดทล่าสุด : 21/05/2021 - 15:01:11
ศักยภาพการเติบโตของอีคอมเมิร์ซภายในเอเชีย โอกาสจากภูมิภาคที่ครั้งหนึ่งถูกโจมตีด้วยโควิด
ศักยภาพการเติบโตของอีคอมเมิร์ซภายในเอเชีย โอกาสจากภูมิภาคที่ครั้งหนึ่งถูกโจมตีด้วยโควิด
ยิ่งรู้…ยิ่งได้เปรียบ เริ่มวางเเผนอย่างไรให้สินค้าของคุณก้าวไกลระดับโลก
ยิ่งรู้…ยิ่งได้เปรียบ เริ่มวางเเผนอย่างไรให้สินค้าของคุณก้าวไกลระดับโลก
Tags Box